วันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555

อาหารนอร์เวอร์

อาหารนอร์เวอร์


รีสเกริต เมนูที่ 1 อาหารนอร์เวย์ ไหงหน้าตาเหมือนข้าวเหนียวเปียก บ้านเราเลยอ่ะ
วันนี้ทำ อาหารนอร์เวย์ค่ะ ชื่อ รีสเกริต (Risen Grøt)
รีส แปลว่า ข้าว
เกริต แปลว่า ข้าวโอ๊ดต้มหรือ อาหารที่ต้ม หรือกวนจนเหลว
เราว่าเหมือนกับ การทำข้าวเหนียวเปียกที่เมืองไทยค่ะ แต่เปลื่ยนจากใช้น้ำ
มา เป็น นมแทน
ครั้งนี้ เป็น เมนูที่ หนึ่ง ของรีสเกริต จะมีทั้งหมด สามเมนูค่ะที่เกี่ยวกับการนำข้าวรีสเกริตมาทำเป็นอาหารค่ะ อีกสองเมนู ติดตามครั้งต่อไปนะค่ะ
มาดูวิธีทำกันค่ะ ทำง่ายจริง ๆ ค่ะ


๐๐๐ เป็นรีสเกริต แบบสำเร็จรูปใช้เวลานิดเดียวในการทำ แต่ก็มีแบบที่ขายแต่ข้าว
เราก็มาเติมน้ำ กับนม คือเขาจะมีรายละเอียดให้เราค่ะ ว่าข้าวเท่าไหร่ นมเท่าไหร่
เราก็จะลองดูเหมือนกันกับข้าวเหนียว แต่พอดีไม่มีข้าวเหนียวที่บ้านตอนนี้
ต้องรอเข้าไปซื้อ
ในตัวเมืองก่อน ทดลองทำแล้วผลเป็นยังไง จะมาบอกนะค่ะ
๐๐๐ เราลืมถ่ายรูปข้าว ที่บรรจุในถุงก่อนที่จะละลายกับนม จะเป็นข้าว
ผสมกับนมผงค่ะ ถุงนี้น้ำหนักอยู่ที่ 148 กรัม ทำเสร็จแล้วอยู่ที่ 800 กรัม
วันนี้ทำ 2 ถุงค่ะ




๐๐๐ ในหนึ่งถุง จะผสมกับนม 7.5 dl หรือ สามส่วนสี่ ลิตร วันนี้เราทำสองถุงใส่
15 DL หรือประมาณ1ลิตรครึ่ง ค่ะ
เป็นนมจืดค่ะ จะเห็นว่าในรูปมีนม สองกล่องแต่ตัวกล่องจะไม่เหมือนกัน
เพราะว่า นมที่ขายในนอร์เวย์ เขาจะมีความแตกต่างของบรรจุภัณฑ์
จากตัวไขมันที่แตกต่่าง กันค่ะแต่เราก็ใช้นม ที่เรามีอยู่ในตู้เย็นเราค่ะ
จะประเภทไหน ไม่สนใจ อิอิ เป็๋นนมจืดใช้ได้ก็แล้วกัน
๐๐๐ ผสมข้าวกับนม ในหม้อแทฟล่อนจะดีที่สุดค่ะ จะได้ไม่ติด แต่พอดีเราไม่มี
หม้อเทฟล่อนใบใหญ่ ก็เลยใช้แบบนี้แทน แต่ใบนี้อลูมิเนียมอย่างดี ไม่ติด ไม่ไหม้ค่ะ เราเคยใช้หม้อใบอื่น ถึงจะคนตลอดเวลา ก็ไหม้ติดตูดหม้อค่ะ
๐๐๐ เราใช้ไฟแรงครั้งแรกค่ะ พอเดือด หรี่เป็นไฟกลางค่ะ แต่สำคัญคือต้องคน
ตลอดเวลา ประมาณ ห้าถึงเจ็ดนาที

๐๐๐ พอข้าวในหม้อได้ที่แล้ว จะข้นค่ะเม็ดข้าวจะพอง เม็ดใหญ่เหมือนข้าวเหนียวเปียกบ้านเราเลยค่ะ ปกติเราจะใส่ลูกเกดด้วย แต่วันนี้ลืมค่ะ
ใส่แล้วจะได้กลิ่นหอมของลูกเกดและ
รสชาดของเปรี้ยว ๆ หวาน ของลูกเกดค่ะ

๐๐๐ ในรูปที่เห็น กล่องสีแดงคือเนยที่ใช้ทาขนมปัง,ในขวดที่เห็น คืออบเชย
ส่วนในถุงที่เห็นคือ น้ำตาลทรายค่ะ เป็นเครื่องปรุงเวลาจะกินเจ้ารีสเกริต นี่ละค่ะ


๐๐๐ หลังจากตักรีสเกริต ใส่จานซุป ก็ตักเนยไว้ตรงการ ตามด้วยโรยน้ำตาลให้
ทั่วจาน น้อยมาก ตามชอบค่ะ ปิดท้ายด้วยอบเชยค่ะ ต้องกินร้อน ๆ นะค่ะถึงจะอร่อย
๐๐๐ ก่อนจบเมนูนี้ เรามีรายละเอียดสั้น ๆ ถ้าไม่ใช้ข้าวสำเร็จรูป จะผสมส่วนผสม
อย่างไร เพื่อเพื่่อน ๆ จะลองทำดูนะค่ะ ถ้าใครมีข้าวเหนียว หรือข้าวโอ๊ต
เราทดลองชั่งข้าวแล้ว ตัวข้าว 1 DL น้ำหนักประมาณ 80 กรัม
นม 10 DL เท่ากับ 1 ลิตร
กิน สองคน ข้าว 1 DL น้ำ 2 DL นม ครึ่งลิตร
กิน สี่คน ข้าว 2 DL น้ำ 4 DL นม หนึ่งลิตร
... ต้มน้ำ ใส่ข้าวและเกลือเล็กน้อยค่ะ ดูจนว่าข้าวเริ่มบานค่ะ เติมนม
และก็ต้องคนไปเรื่อย ๆจนข้น ประมาณ สี่สิบห้านาทีค่ะ แต่เราว่าถ้าทดลอง
ใช้่ข้าวเหนียว คงไม่ถึง สี่สิบห้านาที เท่าที่เราเห็น คนที่ซื้อเป็นข้าวที่ไม่ได้ผสม
แบบสำเร็จรูป จะทำรีสเกริต เป็นจำนวนมากค่ะ กินกันหลายคน และราคาก็ถูก
กว่า แบบสำเร็จรูปค่ะ ต่างกันที่เวลาทำเท่านั้น
๐๐๐ ไว้เจอกันใหม่เมนูหน้าค่ะ




ไก่งวงอีกแล้วจ้า
วันนี้ เสนอไก่งวงภาค 2 วนอยู่กับพี่ไก่เนี่ยแหละ อิอิไม่ใช่อะไรหรอก ทำง่ายดี ขั้นตอนการหมัก เครื่องปรุงเหมือนครั้งแรกเลยแต่จะต่างกัน ก็ตอนอบเนี่ยหละ





๐๐๐ คราวนี้เราใช้ผักผลไม้ อบรวมกับไก่ในถุงอบ เราชอบใช้ถุงอบนะ เราว่าง่ายดี ที่สำคัญไม่ต้องล้างถาด อิอิ ผักผลไม้ ก็ใช้เท่าที่มีในตู้เย็น มีในบ้านอยากให้มีรสเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ ก็เลยใส่ส้มไปหน่อย เราคลุกทั้งหมดรวมกันโรยพริกไทยกับเกลือนิดหน่อย และก็น้ำมันมะกอก จากนั้นก็ใส่ถุงเกลี่ยให้แบน ๆ แล้ววางทับด้วยบรรดาไก่งวง ผูกปากถุง เจาะรู สองสามรู แล้วก็อบประมาณชั่วโมงครึ่ง เอาสีสวยค่ะ จริง ๆ แล้วไก่งวง อบเป็นชิ้น ๆ แบบนี้จะสุกเร็วมากค่ะ แล้วแต่เตาแต่ละบ้านด้วยนะจ๊ะ








๐๐๐ ไก่สุกแล้ว ก็แยกส่วนเนื้อไก่ กับน้ำซอสที่ได้ และก็มาแยกน้ำซอสอีกที คือตักผักออก เอาน้ำมาปรุงรสใหม่ให้เข้มข้นกว่าเดิม เพราะว่าเราต้องเติมน้ำไปอีกเยอะเหมือนกัน เผื่อที่จะได้ใส่ไก่ลงไปเคี่ยวพร้อมน้ำซอส เราปรุงรสชาดให้เข้มข้นอีก กลัวว่าตอนใส่ไก่ลงไปจะทำให้รสชาดจืด และเติมไวน์แดงลงไปหน่อย ให้กลิ่นหอม ๆ ตามด้วยรสดีรสไก่ เกลือ พริกไทย ใส่ผักที่แยกไว้ลงไป คนพอเข้ากันเอาไปราดบนไก่ที่เรียงรอไว้ในหม้ออีกใบ ใช้ใบใหญ่หน่อยค่ะ พอใส่น้ำซอสลงไปแล้ว ค่อนหม้อเหมือนกันค่ะ จากนั้นตั้งไว้ปานกลางเคี่ยวจนน้ำงวดลงไปหน่อย เนื้อไก่นิ่มเนื่องจากซึมเอาน้ำซอสเข้าไป เป็นอันเสร็จสมบูรณ์





๐๐๐ ไก่งวง วันนี้กินกับมันฝรั่ง และก็ข้าวสวยร้อน ๆ ค่ะ เห็นในจานอาจจะดูไม่น่ากิน เพราะว่าเราจัดจานไม่เป็น ไม่รู้จะจัดยังไง ทำให้สวย ๆ อ่ะ แต่รับรองอร่อย อิอิ



ขนมปังธัญพืช สูตรสำเร็จรูป มันง่ายจริง ๆ นะจะบอกให้
วันนี้ทำขนมปังค่ะ ที่นอร์เวย์เขากินขนมปังที่มีธัญพืชค่ะ เป็นหลักก็เหมือนที่เมืองไทยกินข้าวนะค่ะ จะมีขนมปังหลายอย่างมาก บางอย่างผสมเม็ดทานตะวัน แล้วแต่คนชอบ บางอย่างก็นิ่มค่ะ บางอย่างก็แข็ง ส่วนใหญ๋จะมีสี่น้ำตาลอ่อน เรียกว่า กรูปเบรอ แปลว่า ขนมปังสีน้ำตาล ทำจากเมล็ดข้าวสาลี (คำว่า เบรอ แปลว่า ขนมปังค่ะ)
ถ้าสีขาวเหมือนฟาร์มเฮาส์บ้านเรา เรียกว่า หลุฟเบรอ แปลว่า ขนมปังสีขาว ทำจาก
เมล็ดข้าวสาลีค่ะ แต่ถ้าอาหารมื้อเย็น ก็ทำอาหารกินกับมันฝรั่ง หรืออาหารที่มีส่วน
ผสมของข้าว สปาเก็ตตี้ มักโรนี นู้ดเดิลไข่(เหมือนเส้นมาม่า) พาสต้า คร่าว ๆ เป็น
ตัวอย่างนะค่ะ
๐๐๐ เรามาเริ่มทำขนมปังกันดีกว่า ขนมปังชนิดนี้เป็นแบบผสมพวกเมล็ดข้าว เช่น ข้าวโอ๊ต
ข้าวไรย์ ข้าวสาลี เป็นแบบที่เรากับคุณสามี ลงความเห็นว่า อร่อยสุด ในบรรดา
สูตรสำเร็จทั้งหมดที่เขาทำขาย เราซื้อมาลองทำทุกชนิดเลย จนรู้ว่า
แบบนี้ละ ใช่เลย
ส่วนผสมมี
.. แป้งขนมปังผสมสำเร็จรูป สามขั้นตอน
.. ยีสต์(คือซองสีฟ้าเล็ก หนึ่งแพ็คหนักประมาณสิบห้ากรัม)
.. น้ำมันมะกอก(บางทีก็ใช้นำมันดอกทานตะวัน แล้วแต่จะมีค่ะแต่
ข้างถุงไม่มีบอกนะค่ะแต่เรารู้สึกว่าใส่น้ำมันลงไปทำให้ขนมปังนิ่มขึ้น
.. น้ำค่ะ เป็นน้ำอุ่นร้อน



นี้คือลักษณะแป้งสำเร็จรูปค่ะ



มาถึงวิธีทำกันค่ะ
๐๐๐ นำยีสต์ผสมกับน้ำอุ่นร้อน ประมาณ สองถึงสามช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันทิ้ง
รอไว้จนได้ที่
๐๐๐ ตอนนี้ก็นำเครื่องนวดขนมปังออกมาเอาตัวหม้ออลูมิเนียม ไปแช่น้ำร้อนค่ะ
คุณสามีบอกว่าจะช่วยให้ยีสต์ทำงานได้ดี เวลาเอามาผสมกันในหม้อนะค่ะ
ประมาณ สี่ถึงห้านาที มาดูหน้าตาเครื่องนวดขนมปังค่ะ เป็นแบบเก่าค่ะ



หน้าตาหลังจากประกอบชิ้นส่วนแล้วค่ะ





๐๐๐หม้ออลูมิเนียมที่ใส่น้ำร้อนไว้ ก็เทน้ำออกเช็ดให้แห้ง เอาส่วนผสมของแป้ง
มาใส่ค่ะ เปิดไฟให้เครื่องนวดตัวแป้งซัก สองถึงสามนาทีค่ะ



๐๐๐ ต่อด้วยยีสต์ค่ะ ให้เครื่องนวดไปสักครู่เติมน้ำอุ่นร้อนค่ะ 6 dl (สิบดีแอล
เท่ากัน หนึ่งลิตรค่ะ) ตามด้วย น้ำมัน สองช้อนโต๊ะ ปล่อยให้เครื่องนวดไปเรื่อย
จนดูว่าเข้ากันแล้ว ปิดเครื่องค่ะ ตัวแป้งจะดูนิ่มไป ไม่ต้องสนใจนะค่ะ ไม่ต้อง
เติมแป้ง ปล่อยไปอย่างงั้นเลย เราเอาไปว่าไว้ข้างเตาผิง สามสิบนาที จบสเต็ป
แรกค่ะ







๐๐๐ สองรูปนี้ให้เห็นความแตกต่าง ตอนไปวางข้างเตาผิงที่แรก กับ หลังจากนั้น
ประมาณสามสิบนาทีค่ะ





๐๐๐ มาเริ่มสเต็ปที่สองกันค่ะ หลังจากครบเวลาแล้ว เอามานวดแล้วแป้งเป็น
สองก้อนค่ะ หนึ่งถุงทำขนมปังได้ สองอันค่ะ เราแบ่งที่ไร ต้องมีใหญ่อันเล็กอัน
ตลอดเลย ไม่ได้ชั่งค่ะ กะเอา อิอิ เราทาน้ำมันที่พิมพ์ขนมปังก่อนใส่ค่ะ จากนั้น
เอาไปพักข้างเตาผิงอีก ประมาณ สี่สิบห้าถึงหนึ่งชั่วโมง แต่เราพักหนึ่งชั่วโมง
จบสเต็ปสองค่ะ



๐๐๐ มาถึงสเต็ปที่ สามค่ะ ก่อนครบเวลาประมาณสิบนาที เราจะเปิดเตาอบรอค่ะ
ไฟที่ 180 แต่ข้างถุงกำหนดไฟที่ 200 ค่ะ พอครบเวลา 60 นาที ที่พักขนมปัง
และเตาได้ที่แล้ว ใช้น้ำทาที่ตัวแป้ง (ข้างถุงบอกไว้ค่ะ) ก่อนใส่เตาอบค่ะ
๐๐๐ ครบเวลา 60 นาที ที่อบ ก็เอาขนมปังมาวางบนตะแกรงและทาด้วยเนยค่ะ รอจนเย็นค่ะ ถึงเอาผ้าปิดกันลมไว้
ถ้าเราเสร็จตอนเย็นหรือกลางคืน เราจะเปิดผ้าคลุมตอนเช้าค่ะ เอาขนมปังใส่ถุง
เพื่อใส่ตู้ฟรีสค่ะ เราทำหนึ่งครั้งประมาณ สิบอันค่ะ จะได้ไม่ต้องทำบ่อย ๆ อิอิ
เมื่อไหร่จะกิน ก็เอาออกจากฟรีส มาวางไว้จนหายเย็น ขนมปังก็จะนิ่มค่ะ





๐๐๐ มาดูหน้าตาข้างในขนมปังกันค่ะ



๐๐๐ แม่บ้านมือใหม่อย่างเรา ก็ต้องใช้ตัวช่วยอย่างนี้ละค่ะ เคยซื้อมาแล้วมา
ผสมเองไม่ได้ผลค่ะ ไม่ได้ดีเลยทิ้งซะหลายอัน อิอิ แบบนี้ละ โอเค
๐๐๐ ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน ไว้เจอกันใหม่นะค่ะ

อาหารเยอรมัน

                                    อาหารเยอรมัน


ขาหมูเยอรมัน
Photobucket
ส่วนผสม
ขาหมูเยอรมัน                             ½ ก.ก. 1 ชิ้น
พริกหยวกหั่นหยาบๆ                     ½ ลูก
หอมใหญ่ฝานบางๆ                       ½ ลูก
ผักดองกะหล่ำเปรี้ยว                     2 ช้อนโต๊ะ
มันฝรั่ง                                       2 ลูก
สับปะรด                                     1 ชิ้น
เนย                                           2 ช้อนโต๊ะ
เบคอนหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ                    3 ช้อนโต๊ะ
ผงอโรมาท                                  1 ช้อนชา
พริกไทยป่น
เกลือ


ขั้นตอนการทำ

           เริ่มจากนำขาหมูเยอรมัน(ต้มแล้ว)มาทอดกับไฟปานกลางให้สุกเหลืองทั่วทั้งชิ้นจนกรอบได้ที่ จากนั้นนำมันฝรั่ง 1 ลูกมาฝานเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วเสียบไม้ย่างไฟอ่อนๆ นำเนย หอมใหญ่หั่น เบคอนหั่น ลงผัดและโรยด้วยเกลือ พริกไทย และผงอโรมาท แล้วนำมาราดบนชิ้นมันที่ย่างแล้ว นำสับปะรด พริกหยวกมาย่างไฟให้สุกเกรียมเล็กน้อย

            จากนั้นนำมันฝรั่งอีกลูกที่เหลือมาทำมันบด โดยต้มกับเกลือและผงปรุงรสจนสุก ปอกเปลือกและนำมาบด นำขาหมูจัดวางบนจาน พร้อมสับปะรด มันฝรั่งย่าง มันบด ผักดองกะหล่ำเปรี้ยว พริกหยวก จัดตกแต่งให้สวยงามน่าทาน เสิร์ฟพร้อม Pineapple Sauce หรือ Mustard


อาหารเยอรมันง่ายๆสำหรับเพื่อนๆค่ะ
Photobucket

ส่วนผสม

เนื้อหมู

ขนมปัง ๒ แผ่น

ไข่ไก่ ๑ ฟอง

พริกไทยป่น

เกลือ

จะใส่ซีอิ๋วขาวก็ได้นะค่ะ

ใส่แป้งข้าวจ้าว หรือ แป้งข้าวโพด ทำให้เนื้อหมูจับตัวกันดีค่ะ

วิธีทำก็ง่ายๆนำส่วนผสมทุกอย่างรวมกันดูอย่างในภาพเลยนะค่ะ

Photobucket

นวดให้ส่วนผสมเข้ากัน เหนียวนุ่มค่ะ

Photobucket

ปั้นเป็นก้อนกลมๆแบนๆค่ะ

Photobucket

แล้วก็นำไปทอดในนำมันค่ะ แต่นำมันนิดหน่อยนะค่ะ

Photobucket

กลับข้างอย่างที่เห็นค่ะ

Photobucket

ได้ Bulette แล้วที่นี้เราก็มาทอด Pommes กันค่ะ

Photobucket

Photobucket

เสร็จแล้วก็โรยเกลือสักหน่อยนะค่ะ

Photobucket

แค่นี้ก็เสร็จแล้วค่ะ Bulette mit Pommes ราดด้วยซอสมะเขือเทศ ก็อร่อยเหาะแล้วค่ะ

Photobucket

เห็นไหมค่ะ เมนู Bulette mit Pommes อาหารเยอรมันทำง่ายๆมากเลยใช่ไหมค่ะ

วันเสาร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2555

อาหารพม่า

                                      อาหารพม่า

 

สูตรข้าวยำเมืองพม่า

สูตรข้าวยำเมืองพม่าสูตรข้าวยำเมืองพม่า
ส่วนสูตรข้าวยำเมืองพม่า
1. ข้าวสุกประมาณ 3 ถ้วย
2. น้ำมัน 3 ช้อนโต๊ะ
3. พริกป่นปาปริก้าหรือพริกขี้หนูคั่วป่น 3 ช้อนโต๊ะ
4. มันฝรั่งต้มสุก หั่นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็ก 1 ถ้วย(ประมาณ 2 หัวขนาดกลางก็พอค่ะ)
5. ไข่เป็ดต้ม หั่นเป็นแว่น ๆ 3 ฟอง(ถ้ากะจะทานหลายคนใช้ 5-6 ฟอง เลยค่ะ)
6. บะหมี่ลวกให้สุก คลุกน้ำมันกระเทียมเจียว ตัดเส้นสั้น 3 ก้อน(เราใส่กระทียมเจียวเวลาทาน)
7. วุ้นเส้น 1 กำมือ (เราใช้ 2 มัดเล็กค่ะ) ลวกให้สุก ตัดเส้นเท่าบะหมี่
8. ถั่วงอกลวก 1 ½ ถ้วย (วันนี้ ใช้ถั่วฝักแทน)
9. มะละกอสับ 1 ถ้วย
10. มะม่วงดิบซอย 1 ถ้วย
11. กระหล่ำปลีซอยเป็นเส้นฝอย 1 ½ ถ้วย
12. กุ้งแห้ง 1 ขีด ล้างแล้วคั่วป่นให้ละเอียด(กุ้งแห้งที่ใช้วันนี้มีขนาดเล็กมาก ก็เลยไม่ป่นค่ะ)
13. ถั่วทองทอด ¼ ถ้วย (ดูวิธีทำที่ด้านล่างค่ะ)
14. หัวหอมเจียว ¼ ถ้วย
15. กระเทียมซอยขวางกลีบ เจียว ¼ ถ้วย(ข้อ 14-15 ใช้ของเก่าที่มีเหลือติดตู้เย็นเอาค่ัะ เลยไม่มีวิธีทำให้ดู)
16. น้ำปลา พริกคั่วป่น สำหรับปรุงรสตามชอบ
วิธีทำสูตรข้าวยำเมืองพม่า
1. ตวงน้ำมันใส่กระทะ ตั้งไฟอ่อน (อันนี้สำคัญ เพราะถ้าไฟแรงพริกจะไหม้ได้ค่ะ) พอน้ำมันร้อนใส่พริกป่นลงผัด แล้วรีบยกลงมาพักให้เย็น จึงนำไปคลุกกับข้าวสุกที่เตรียมไว้
2. ตักข้าวใส่กลางจาน หรืออัดพิมพ์ หยิบเครื่องอย่างละนิด วางรอบ ๆ กองข้าว โรยกุ้งแห้งป่น ถั่วเขียวทอด (หรืองาคั่ว) หัวหอมเจียว กระเทียมเจียวบนข้าว
3. แบ่งน้ำปรุงใส่ถ้วยเล็ก เสิร์ฟ พร้อมกับจานข้าวที่จัดไว้ ตักน้ำปรุงรส โรยแล้วคลุกทุกอย่างผสมกัน หากรสชาติจืดไปไม่ถูกใจ เติมน้ำปลา พริกป่น ลงไปด้วย สำหรับความหวานและเปรี้ยว มีในน้ำปรุงรสแล้วค่ะ เสร็จแล้วก็ลงมือรับประทาน
ส่วนผสมน้ำปรุงรส ถ้ากะจะทานกันหลายคน ทำสูตรครึ่งหรือดับเบิ้ลไปเลยค่ะ
1. น้ำมะขามเปียก ¼ ถ้วย
2. น้ำตาลปี๊บ หั่นเป็นชิ้นเล็ก ¼ ถ้วย
3. น้ำเปล่า ½ ถ้วย
วิธีทำน้ำปรุงรส
นำส่วนผสมทั้งหมดรวมกัน ต้มด้วยไปกลาง จนน้ำตาลละลาย พอเดือดซักพัก ยกลง หากซอสยังมีกากมะขาม กรองผ่านกระชอนตอนเสร็จอีกทีค่ะ
สูตรนี้ทานได้ประมาณ 6 คนค่ะ
ข้าวหุงแบบไม่ให้แฉะ เวลาสุกตักตวง 3 ถ้วย ออกจากหม้อหุงข้าวทันที และทิ้งไว้ให้เย็น
เอาน้ำมันใส้หม้อทำซอสเล็ก ๆ ใช้ไฟอ่อน พอน้ำมันเริ่มร้อน ใส่พริกปาปริก้าหรือพริกป่นลงไป ผัดกวนอย่างรวดเร็ว อย่าให้นานมากเดี๋ยวพริกจะไหม้
เทราดบนข้าวที่เตรียมไว้ ใช้มือซุกในถุงพลาสติกแล้วคลุกข้าวให้เข้ากับน้ำพริก
ถั่ว ทองทอด – ครั้งแรก ไม่รู้วิธีทำ เอาถั่วดิบไปทอดเลย ผลออกมาแข็งเป็นหินเลยค่ะ แถมไหม้อีกต่างหาก ก็เลยค้นหาวิธีที่ถูกต้องในอินเตอร์เน็ต จึงรู้ว่าต้องแช่ถั่วให้นิ่มเสียก่อน แล้วพักให้แห้งสะเด็ดน้ำ แล้วจึงนำไปทอดที่ไฟอ่อน หากเป็นถั่วทองทอดสำหรับไปโรยบนข้าวเหนียวมะม่วง หรือข้าวเหนียวทุเรียน ให้แช่ถั่วไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง อย่าให้นานกว่านั้น เดี๋ยวถั่วจะนิ่มเละเกินไป หรืออีกวิธีหนึ่ง เป็นวิธีทอดถั่วให้เหลืองกรอบ ก็แช่น้ำพอให้ถั่วนิ่ม และเทน้ำออกผ่านตระแกรง พักให้แห้งสะเด็ดน้ำ … วันนี้เราแช่ถั่วแบบแรก ประมาณ 2 ชั่วโมงค่ะ
การทอด ก็นำถั่วที่แห้งแล้ว ที่จริงไม่ถึงกับแห้งเสียทีเดียว ที่เราทำยังเปียกนิด ๆ เลยค่ะ นำไปทอดในกระทะเหล็ก ด้วยไฟอ่อนมาก ๆ ในช่วงแรก จนถั่วแห้งดีแล้วอาจเพิ่มความร้อนขึ้นมาอีกนิดหนึ่ง แต่ยังเป็นไฟระดับอ่อนอยู่ค่ะ ทอดแบบใจเย็น ๆ ใช้เวลาพอสมควร จนถั่วแห้งกรอบ ชิมดูเอาค่ะ
หั่นผักต่าง ๆ เตรียมไว้ (ช่วงนี้พ่อบ้านมีช่วงเบรก อยู่บ้านดูแลลูก เราก็มีเวลาประดับประดาจานอาหาร ฮิฮิ หัดทำไปงั้นล่ะค่ะ พอถึงเวลาทานก็ไม่มีคนสนใจแล้ว)
ไข่ต้ม หั่นเป็นแว่น เส้นก็เตรียมไว้ค่ะ
เครื่องเคียงต่าง ๆ มีกุ้งแห้ง งาคั่ว(แทนถั่วทองที่คั่วไม่สำเร็จในครั้งแรก) กระเทียมและหอมเจียว น้ำปรุงรส รวมทั้งพริกป่นและน้ำปลา กรณีชอบรสจัด ค่ะ
กลับมาจัดทุกอย่างรวมกันในจานใหญ่




อุ๊บไก่ โดย คุณKANN

สูตรได้มาจากหนังสือครัว เคล็ดลับสูตรใครก็สูตรใคร เล่มสอง ค่ะ หนังสือชุดนี้จะรวบรวมมาจากที่นิตยสารครัวไปสัมภาษณ์ท่านต่างๆ ที่ทำอาหารอร่อยในแต่ละทีมาลงไว้ ตอนนี้เข้าใจว่าทั้งชุดจะมีสี่เล่ม แต่ที่น่าเสียดายคือพอเอามาพิมพ์รวมเล่ม ทางสำนักพิมพ์ไม่ให้เครดิตเจ้าของสูตรโดยการลงชื่อไว้เลย
ในหนังสือจะเรียกว่า แกงไก่พม่านะคะ
เครื่องปรุง
1. น่องไก่ 3 น่อง
2. ผักชีหั่นท่อนยาวหนึ่งนิ้ว 1 ต้น
3. หอมใหญ่หั่นเสี้ยวบาง 3 หัว
4. ตะไคร้หั่นท่อนทุบ 2 ต้น
5. กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
6. หอมแดงเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
7. เกลือป่น 2 ช้อนชา
8. นำตาลทราย 1 ช้อนชา
9. นำปลา 2 ช้อนชา
10. พริกป่นปาปริก้า 3 ช้อนชา
11. ขมิ้นผง 3 ช้อนชา
12. ผงมัสร่า 1 ช้อนโต๊ะ
13. นำสต๊อกไก่ 1 ถ้วย
14. นำมันถั่วลิสง 2 ช้อนโต๊ะ
15. นำมันถั่วลิสงสำหรับทอด 3 ถ้วย

วิธีทำ
1 ล้างน่องไก่ แล้วเคล้ากับขมิ้นผง พริกป่นอย่างละ 1 ช้อนชา เกลือ ผงมัสร่า หมัก 10-20 นาที
2. ตั้งกระทะด้วยนำมันถั่วลิสงให้ร้อน เอาไก่ลงทอดให้เหลือง ตักขึ้นให้สะเด็ดนำมัน
3. ใส่น้ำมันถั่วลิสงลงในกระทะ ตั้งไฟอ่อนให้ร้อน ใส่หอมใหญ่กระเทียม ขมิ้นผง พริกป่นที่เหลือ เคี่ยวจนหอมใหญ่สุกนุ่ม ใส่น่องไก่ทอด นำสต๊อกไก่ ตะไคร้ เคี่ยวประมาณ 5 นาที
4. ปรุงรสด้วยนำตาล นำปลา เคี่ยวต่อให้ไก่เปื่อยนุ่ม ตักใส่จาน โรยหอมแดงเจียวผักชี รับประทานร้อนๆ
ที่ทำเองก็แปลงนิดหน่อยเพราะไม่มีน้ำมันถั่วลิสง ก็เลยใช้นำมันพืชที่มีอยู่ และคนที่บ้านกินเรื่องมากไม่กินน่องไก่ ก็เลยต้องใช้อกไก่แทน ที่จริงถ้าใช้น่องรสน่าจะชุ่มฉ่ำกว่าค่ะ ส่วนผงมัสร่าได้มาจากตลาดแม่ฮ่องตั้งแต่กลางปีที่แล้ว หอมมากค่ะ หอมกว่าที่ซื้อที่จังหวัดอื่น
หมายเหตุ  -ผงมัสร่า ก็คือผงมาซาร่านั่นแหละค่ะ แต่ทางเหนือเขาจะขายเป็นซองๆ เรียกว่าเครื่องแกงฮังเล
***********************************************************************
อุ๊บไก่ อีกแบบการทำ โดยคุณ 60635
ดิฉันผลัดกะกลุ่มเพื่อน ๆ ทำอาหารรับประทาน ครั้งนี้มีเสียงบอกว่าไม่เอา พะแนง แกงเขียวหวาน ต้มยำกุ้งอะไรพวกนี้…เลยวิ่งหาอาหารสูตรพื้นบ้านไทยใน …เวบ นายเหลือง….นี้….ของเพื่อน ๆ ที่ลงเอาไว้ ทำรับประทานให้อร่อยกัน นั้นคือ ไก่อุ๊บ – อุ๊บไก่ สูตรของคุณ Kaan ที่ทำจากไก่ ๑ ตัว ตัดแบ่งมีชิ้นส่วนเนื้อล้วน ๆ เลาะหนังบางส่วนออกทิ้งบ้าง และมีชิ้นท่อนขา หรือปีก……โครงไก่เหลือ เก็บต้มน้ำซุปไว้ค่ะ

อยากบอกว่ากลิ่นหอม ๆ ทั่วบ้านตั้งแต่เอาไก่ที่หมักเครื่องเทศแล้วลงทอดค่ะตอน นี้เคี่ยวให้ไก่นุ่ม พร้อมหัวหอมซอย กระเทียม ที่ผัดให้นุ่มก่อน แล้วเติมน้ำซุปตะไคร้ได้มาสด ๆ แต่ต้นผอม ๆ เลยใส่ลงไปทั้งใบเลย เอากลิ่นหอม ๆ

และเคี่ยวต่อไปจนเแห้งค่ะ ไม่ได้มีน้ำขลุกขลิกตามสูตรค่ะ …….ชอบทานแบบนี้ หอมเครื่องเทศ มาก และทำรสออกเค็มนำ มากกว่าหวานค่ะ เพื่อนคนหนึ่งเคยไปเที่ยวเมืองไทย มาปีที่แล้ว…… หอบเป้ตะลุยเมืองเหนืออยู่กว่าสามอาทิตย์บอกอย่างนี้แหละ เคยกินนะ…แต่จำชื่อไม่ได้….. ตอนจัดเสิฟนะคะ หั่นพริกตุ้ม หนึ่งหัว หัดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ โรยหน้า ได้กลิ่นหอมสด ๆ ค่ะ

อาหารอเมรีกัน

                                                             อาหารอเมรีกัน

สปาเก็ตตี้ ทะเล Spaghetti Seafood




ส่วนผสม
หอยแมลงภู่           3 ตัว
หอยลาย                3 ตัว
เนื้อปลากระพงแดงหั่นชิ้นใหญ่ 2 ชิ้น
น้ำมันมะกอก         1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสับหยาบ  1/2 ช้อนโต๊ะ
ไวน์ขาว                  1/4 ถ้วย
เนื้อมะเขือเทศหั่นชิ้นเต๋า เล็ก 4ถ้วย
น้ำสต็อกกุ้ง            1 ถ้วย
พาสเลย์สับละเอียด 1 ช้อนชา
เกลือป่น                 1/2 ช้อนชา
พริกไทยดำโขลกหยาบ 1/2 ช้อนชา
เส้นสปาเกตตีต้มสุก   1 ถ้วย

วิธีทำ
- ล้างหอยแมลงภู่ หอยลาย ให้สะอาด
- ใส่น้ำมันมะกอกลงในกระทะ ตั้งไฟกลาง ใส่กระเทียม ผัดพอเหลือง
- ใส่ใบโหระหา ผัดพอทั่ว ใส่ไวน์ขาว เคี่ยวจนแอลกอฮอล์ระเหยหมด ใส่เนื้อมะเขือเทศ น้ำสต็อกกุ้ง เคี่ยวให้ข้น ใส่อาหารทะเลทั้งหมด ปิดฝา เคี่ยวนาน 5-10 นาที หรือจนสุก คนให้ทั่ว
- ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทยดำ คนให้เข้ากัน
- ใส่เส้นสปาเก็ตตีลงในชาม ใส่ส่วนผสมที่ทำไว้ โรยหน้าด้วยพาสเลย์

พร้อมเสิร์ฟ

คำแนะนำ : วิธีทำ ความสะอาดหอยลาย
หอยลายที่ล้างแล้วยังมีโคลนติดอยูกับเนื้อหอยด้านใน ต้องลวกในน้ำเดือดอย่างรวดเร็ว โคลนที่ติดอยู่จะหลุดออกมา น้ำที่ลวกจะขุ่นอย่างเห็นได้ชัด ข้อสำคัญต้องลวกอย่างรวดเร็ว มิฉะนั้น รสหวานของเนื้อหอยจะหมดไปด้วย
 
 
 

นักเก็ตไก่ : Chicken Nugget



ส่วนผสม
เนื้อไก่หั่นชิ้นพอคำ     200 กรัม
เกล็ดขนมปัง             1/2 ถ้วย
พาสเลย์ สับละเอียด   1 ช้อนชา
เกลือป่น                    1/4 ช้อนชา
ไข่ไก่ตีพอเข้ากัน       1 ฟอง
แป้งสาลี                    1/4 ถ้วย
นมสด                        2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืชสำหรับทอด 

ส่วนผสมน้ำจิ้ม
น้ำผึ้ง                      3 ช้อนโต๊ะ
มันสตาร์ดชนิดครีม  1ช้อนโต๊ะ
วูสเตอร์ซอส           1 ช้อนชา
เกลือป่น                 1/4 ช้อนชา
พริกไทยป่น            1/4 ช้อนชา

วิธีทำ
- น้ำจิ้มทำโดย ผสมเครื่องปรุงทั้งหมดเข้าด้วยกัน ตักใส่ถ้วยเตรียมไว้
- ล้างเนื้อไก่ ซับให้แห้ง
- ผสมเกล็ดขนมปังกับพาสเลย์ เกลือ พริกไทย เข้าด้วยกัน
- ผสมไข่กับนมสดคนให้เข้ากัน
- ใส่น้ำมันลงในกระทะ ตั้งไฟกลางพอร้อน นำไก่คลุกแป้งสาลี ชุบไข่และคลุกเกล็ดขนมปังที่ผสมไว้ให้ทั่ว
- ทอกสุกพอเหลือง ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จาน รับประทานกับน้ำจิ้ม

พร้อมเสิร์ฟ
 
 
 
 
 

หมูอบน้ำแอปเปิ้ล : Pork Steak with Apple Sauce



ส่วนผสม
pork shoulder blade steak 2 ปอนด์
worcestersaire sauce (ซ้อสเปรี้ยว 3 ช้อนโต๊ะ)
น้ำแอ้ปเปิ้ล 1 1/2 ถ้วย
celery seed 1 ชช
thyme 1 ชช
garlic powder 1 ชช.
ปาปริกา 1/2 ชช.
พริกไทยป่น เกลือ ปรุงรส
cream of mushroom 1/3 ถ.
หอมใหญ่สับ 1 หัวใหญ่

ถ้าไม่มีกระเทียมผงจะใช้กระเทียมสดก็ได้ แต่กลิ่นจะแตกต่างกันไป กระเทียมผงจะหอมไปอีกแบบ
ถ้าไม่มีครีมเห็ด ให้ใช้แป้งสาลีกวนๆผสมกับน้ำเฉยๆ

ขั้นตอนการทำ
1.ทำน้ำซอสไว้ก่อน ยกเว้นหมูกับหอมหัวใหญ่ นอกนั้นใส่รวมกัน คนให้เข้ากันพักไว้
2.นำกระทะตั้งบนเตา ใส่น้ำมันมะกอกนิดหน่อย เปิดไฟปานกลางค่อนข้างแรง
3.เมื่อกระทะร้อนจัด ให้ใส่หมูลงไปทอดพอให้ข้างนอกเหลืองสวยหรือน้ำตาลสวย ทอดเคลือบผิวด้านนอก ไม่ต้องให้สุก
ถ้าทอดหลายชิ้นกระทะเล็กก็ทยอยทอด ทอดเสร็จใส่จานพักไว้ ทอดชิ้นต่อไปจนหมด
พอทอดหมูเสร็จก็เอาหอมหัวใหญ่สับใส่ลงในกระทะ ผัดให้หอม แล้วก็นำหมูที่ทอดไว้แล้วใส่กลับลงในกระทะใบเดิมที่ผัดหัวหอมใหญ่อยู่
4.เมื่อนำหมูใส่ลงกระทะแล้ว ให้เทซ้อสที่เตรียมไว้ลงไปคนส่วนผสมให้เข้ากัน ถ้าน้ำยังไม่ข้น ให้เติมแป้งสาลี(ผสมน้ำก่อน)โดยปล่อยส่วนผสมให้เดือดแล้วค่อยเทแป้งสาลีลงไป แล้วรีบใช้ทัพพีคนส่วนผสมให้เข้ากัน
พอส่วนผสมเดือด ลดไฟลงเป็นไฟอ่อน ปิดฝากระทะไว้ ให้น้ำเดือดปุดๆ เปิดไฟแรงๆเดี๋ยวน้ำจะแห้งไปซะก่อน
ก็เคี่ยวหมูไปให้เข้าน้ำเข้าเนื้อ ประมาณ15-20 นาที ระหว่างที่เคี่ยวหมูปิดฝาอบไว้นั้น หมั่นคอยคนส่วนผสม
พลิกหมูไปมาให้เข้าน้ำเข้าเนื้อ


สูตรนี้ทานกับข้าวสวยก็ได้ หรือทานกับมันฝรั่ง มันฝรั่งบด ผักก็บร็อคโคลี่ หน่อไม้ฝรั่ง กรีนบีน
 

อาหารญี่ปุ่น

                                                                 อาหารญี่ปุ่น


Ebi Tempura (กุ้งเทมปุระ)




ส่วนผสม
- กุ้งกุลาดำตัวใหญ่     5  ตัว
- หัวไชเท้าขูดฝอย     1  ช้อนโต๊ะ
- ขิงแก่ขูดฝอย             1  ช้อนชา
- แป้งสาลี             1  ช้อนโต๊ะ
- แป้งเทมปุระ            1/2 ถ้วย
- วาซาบิ                     2  ช้อนชา
- น้ำจิ้มเทมปุระ    
- น้ำมันพืชสำหรับทอด    
   
วิธีทำ1. ล้างกุ้งแกะเปลือก เด็ดหัวไว้หาง ผ่าหลังชักเส้นดำออก บั้งท้องกุ้งตามขวาง แล้วดัดให้ตัวกุ้งยืดตรง คลุกแป้งสาลีพอทั่ว
2. ใส่น้ำมันลงในกระทะ ตั้งไฟกลางพอร้อน นำกุ้งชุบแป้งเทมปุระลงทอด แล้วใช้มือจุ่มแป้งเทมปุระสะบัดลง บนตัวกุ้งที่ทอดในน้ำมัน ทอดพอแป้งเป็นสีเหลืองนวลและกุ้งสุก ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน
3. จัดเสิร์ฟ จัดกุ้งเทมปุระใส่จาน วางหัวไชเท้าและขิงขูดฝอย รับประทานกับวาซาบิและน้ำจิ้มเทมปุระ
 
 

Shime Saba (ปลาซาบะดอง)



เครื่องปรุง
- ปลาซาบะ น้ำหนัก 1 กิโลกรัม 1 ตัว
- แครอท 1/2หัว
- หัวไชเท้า 1/2หัว
- แตงร้าน 1 ลูก
- เกลือป่น 1/4ถ้วย
- น้ำตาลทราย 2ช้อนโต๊ะ
- วาซาบิ 2 ช้อนชา
- น้ำส้มสายชู 2ถ้วย
- เหล้าสาเก 1/2ถ้วย
- น้ำจิ้มปลาดิบ

วิธีำทำ1.ล้างปลาซาบะให้สะอาด นำมาตัดหัว ควักไส้ออก แล้วนำไปล้างน้ำอีก 1-2 ครั้ง ให้เลือดหมด และสะอาด
2.ผึ่งไว้ให้สะเด็ดน้ำ หรือเอาผ้าสะอาดไม่มีขน ซับน้ำให้แห้ง
3.พอปลาแห้งแล้ว ใช้มีดคม ๆ แล่เอาเฉพาะเนื้อไว้ (เป็นชิ้นใหญ่ ยังไม่ต้องหั่น)
4.ผสมเกลือ น้ำส้มสายชู น้ำตาล เหล้าสาเก คนให้น้ำตาลละลาย
5.นำเนื้อปลาใส่ลงในภาชนะที่จะใช้ดอง (แนะนำเป็นภาชนะเคลือบ หรือภาชนะที่เป็นแก้ว) แล้วนำน้ำสำหรับดองเทใส่ลงไป
6.ดองไว้ประมาณ 1 วัน ก็นำมาทานได้
7.เวลาจะทาน ก็หั่นเป็นชิ้นพอคำ นำไปแช่เย็น พร้อมกับแตงญี่ปุ่น หัวไชเท้า แครอท ซอยเป็นเส้นฝอย ๆ
8.เสริฟพร้อมน้ำจิ้มปลาดิบ และวาซาบิ
 
 
 

ข้าวห่อสาหร่าย : Nori Maki



ส่วนผสม
น้ำส้มสายชู 4 ชต
น้ำตาล 2 ชต
เกลือ 1/2 ชช
ข้าวซูชิ 2 ถ้วย
นำส่วนผสมซูชิ คนผสมเข้า ด้วยกัน ค่อยๆใส่ผสมลงในข้าวทีละน้อยให้เข้ากัน
แช่สาหร่ายคอมบุให้นิ่ม ใส่ลงไปในหม้อหุงข้าว

โนริมากิ
สาหร่าย
ผักสลัด
หัวไชเท้าซอย
แครอทซอย
แตงกวา (จะใส่ผักอะไรก็ได้ตามชอบ)
มายองเนส

วิธีทำ
1) วางสาหร่ายลงบนไม้ไผ่ ใส่ข้าวซูชิ วางเรียงผักลง ใส่มายองเนส แล้วม้วน
2) นำมาหั่นใส่จาน

อาจเปลี่ยนไส้ได้ตามชอบ
credit : foodietaste